Skip to main content

Psyche!

สวัสดี วันนี้แนนอยากเล่าเรื่องจิต ๆ ให้ฟัง

ความชื่นชอบเรื่องจิตวิทยาของแนนน่าจะเริ่มตั้งแต่ตอนที่แนนยังเด็กมาก ตอนนั้นห้องทำงานของแม่อยู่ชั้นเดียวกับห้องเรียนภาคจิตวิทยาหละ เวลาแม่พาไปที่ทำงานแนนก็วิ่งเล่นไปทั่ว พี่นิสิตบางคนก็พาไปดูหนูทดลองตัวขาว ๆ ตาแดง ๆ ที่ใต้ตึก พาไปให้อาหารเม็ดก็มี แนนจำได้ว่ามีห้องนึงมีหนังสือเด็กเยอะมาก ทั้งภาษาไทยภาษาอังกฤษเลยนะ มีที่นอน แล้วก็มีของเล่นเด็กที่เป็นไม้เต็มไปหมด แนนก็ไปนั่ง ๆ นอน ๆ เล่นของเล่นในห้องนั้นบ่อย ๆ… เออ นึกย้อนไปแล้วก็สงสัยนะ ไม่มีคนใช้งานห้องนั้นเลยเหรอ แล้วทำไมเปิดไฟสว่าง แล้วทำไมปล่อยให้เรานั่งเล่นในห้องนั้นตั้งนาน หรือดิฉันเป็นหนูทดลองอยู่ป่าวคะเนี่ย… แต่นั่นก็เป็นจุดเริ่มต้นที่แนนได้สัมผัสกับจิตวิทยาเป็นครั้งแรก ฮ่า ๆ

พอเริ่มวัยรุ่นก็เริ่มอินดี้ ชอบปลีกวิเวกนั่งวิเคราะห์ตัวเอง “ทำไมทำแบบนี้” “ทำไมรู้สึกแบบนี้” แล้วก็อินมากกับการค้นหาตัวตนของตัวเอง ตอนนี้เริ่มรู้แล้วว่าตัวเองเป็นคนกวนตีนที่สบาย ๆ กับคนอื่นแต่กดดันตัวเองสุด ๆ ทำไมไม่รู้เหมือนกัน ไม่ได้เรียนจิตวิทยามา ฮ่า ๆ ยิ่งตอนนี้พอแก่ตัวลง ได้เห็นคนหลากหลายขึ้น แต่ก็ไม่ได้หลากหลายมากมายขนาดนั้นเพราะความอินดี้ แต่ก็มากพอที่ทำให้แนนไม่ค่อยตัดสินคนอื่น อันที่จริงการไม่ตัดสินคนอื่นมันก็มีทั้งข้อดีข้อเสียนะ การเข้าใจคนอื่นมากไม่ได้แปลว่าเขาจะไม่มางับก้นเราในภายหลังไง เพราะงั้นเราก็ควรระวังก้นตัวเองบ้าง

ตอนนี้แนนก็เริ่มอ่านหนังสือเรื่อง The Untethered Soul ของ Michael Alan Singer หละ… คือจริง ๆ ไม่ได้เพิ่งเริ่มอ่านหรอกนะ แนนเริ่มอ่านมานานแล้วแต่มันไม่จบ เพราะกว่าจะผ่านแต่ละบทได้ต้องวิเคราะห์จนหัวปูด เดี๋ยวอ่านจบเมื่อไหร่จะมาเล่าให้ฟังยาว ๆ เลย แต่ก็พอมีเรื่องของบทแรก ๆ ที่แนนอ่านแล้วพอจะเข้าใจอยู่บ้าง มันคือเรื่องของ “การรับรู้” หละ

จริง ๆ แนวคิดของ “การรับรู้” มันเหมือนเรื่อง linear algebra เลยนะ สิ่งที่เกิดในโลกจริง ๆ มันก็เกิดไปตามทางของมัน แต่สิ่งที่เรารับรู้มันคืออะไร? มันคือสิ่งที่เกิดในโลกจริงที่โดนฉายมาอยู่ในกรอบประสบการณ์ของเราไง เพราะเรารับรู้สิ่งที่เกิดขึ้นบนโลกทั้งหมดไม่ได้หรอก มันเยอะมากเกินที่เราจะรับไว้ทั้งหมดได้ เพื่อที่จะให้สมองเราประมวลข้อมูลเหล่านั้นเพื่อให้มีความหมายกับตัวเราได้เนี่ย มันต้องเกิดการฉายภาพลงบนประสบการณ์ที่ผ่านมาของเรา พออ่านถึงตรงนี้แนนก็เชื่อมเนื้อหาเข้ากับ vector space ได้เลยนะ มี space ใหญ่ ๆ เป็นโลกจริง แล้วข้อมูลบน space ใหญ่ ๆ นั้นก็ถูก project ลงมาบน space เล็ก ๆ ของเรา ที่ span ด้วย basis ประสบการณ์ของเรา… เข้าใจง่ายเลยไหม :D

สุดท้ายแล้วก็ทำให้นึกถึง quote หนึ่งของ Nietzsche - “No, facts is precisely what there is not, only interpretations.” ไม่มีสิ่งใดที่เป็นข้อเท็จจริง มีเพียงการตีความเท่านั้น… หัวปูดแล้วไหม พักก่อนดีกว่า แต่สัญญาว่าจะอ่าน The Untethered Soul ให้จบ แล้วจะมาเล่าให้ฟังแบบสนุก ๆ นะ